วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กราฟแท่งเทียน

กราฟแท่งเทียน

1. กราฟแท่งเทียนคืออะไร ?

ที่ผ่านมาเราคุยกันเรื่องกราฟแท่งเทีนยนอย่างย่อๆ ไปแล้วรวมทั้งการวิเคราะห์ด้วย ตอนนี้เราจะลงลึกไปสู่รายละเอียดกัน แต่ก่อนอื่นเรามาทบทวนกันคร่าวๆ กันก่อน

  • การเทรดโดยใช้กราฟแท่งเทียนคืออะไร ?

กราฟแท่งเทียนได้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบเก๋ากิ๊ก.เพื่อใช้ในการเทรดข้าว มีชาวตะวันตกคนหนึ่งชื่อว่า Steve Nison ค้นพบความลับเทคนิคการใช้และการอ่านกราฟแท่งเทียน มาจากโบรคเกอร์ที่ญี่ปุ่น และกราฟแท่งเทียนก็เรยอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ Steve ได้ศึกษา เรียนรู้ มีชีวิตอยู่ และหายใจเข้าออกและแทจะกินกราฟแท่งเทียนเขาเริ่มเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้และมันเริ่มเป็นที่นิยมในช่วงปี 1990 เพื่อที่จะทำให้เรื่องยาวๆ สั้นลงหน่อย ก็คือว่า ถ้าไม่มี Steve Nison เรื่องราวของกราฟแท่งเทียนก็ยังคงเป็นความลับไปจนกระทั่งทุกวันนี้ Steve Nison ก็คอ Mr. Candlestick แล้วกราฟแท่งเทียนนี้มันเป็นอย่างไร ?

การอธิบายที่ดีที่สุดคือการอธิบายด้วยภาพ :

กราฟแท่งเทียนจะบอกราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาเปิด และราคาปิด

  • ถ้าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิดแล้วกราฟแท่งเทียนก็จะถูกวาดขึ้น (ปกติจะเป็นสีขาว)

  • ถ้าราคาปิดอยู่ต่ำกว่าราคาเปิด กราฟแท่งเทียนก็จะถูกวาดขึ้น (ปกติเป็นสีดำ)

  • สิ่งที่ถูกกวาดหรือว่าที่เติมสีลงไปนั้นเรียกว่าตัวแท่งเทียน หรือว่า body

  • เส้นบางๆ ที่ทะลุขึ้นข้างบนหรือข้างล่างของตัว body แสดงให้เห็นราคาต่ำสูงเป็นไส้เทียน

  • ที่จุดสูงสุดของไส้เทียนเรียกว่า “high”

  • ที่จุดต่ำสุดของไส้เทียนเรียกว่า “low”

2. รูปร่างของกราฟแท่งเทียนกับรูปแบบต่างๆ ของไส้เทียน

  • รูปร่างของกราฟแท่งเทียน

รูปร่างของกราฟแท่งเทียนก็คล้ายๆ กับคนเรานี้และ มีรูปร่างลักษระแตกต่างกันและเมื่อเรามองกลับมาที่การเทรดฟอร์เร็กซ์ ไม่มีอะไรที่น่าสนใจเท่ากับการดูรูปร่างของกราฟแท่งเทียน 

รูปร่างยาวแสดงถึงมีแรงซื้อหรือขายเข้ามาอย่างท่วมท้น ยิ่งตัวแท่งเทียนนั้นยิ่งยาว นั่นหมายความว่ามีปริมาณการซื้อขายปริมาณมาก

ส่วนตัวแท่งเทียนที่สั้นนั้นหมายความว่าการซื้อขายนั้นมีเบาทาง ในวงการฟอร์เร็กซ์นั้นเราเรียกผู้ซื้อว่า กระทิงและเรียกผุ้ขายว่า หมี

กราฟแท่งเทียนสีขาว ยาวๆ แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่มีปริมาณมาก ยิ่งกราฟแท่งเทียนยิ่งยาวเท่าไหร่ นั่นหมายความว่าราคาปิดยิ่งอยู่ห่างราคาปิดเท่านั้น ซึ่งบอกว่าราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือในภาษาของเราเรียกว่า กระทิงรุมขวิดหมีครั้งใหญ่!

กราฟแท่งเทียนแท่งยาวสีดำแสดงให้เห็นถึงแรงขายปริมาณมาก ซึ่งยิ่งกราฟยิ่งยาวเท่าไหร่ แสดงถึงระยะห่างของราคาเปิดและปิดเท่านั้น และบ่งบอกได้ถึงราคาที่ร่วงจากราคาเปิด จากการกระหน่ำขายของฝั่งผู้ขาย เรามีคำเฉพาะเรียกนั้นว่า หมีกำลังตะปกกระทิงโดยการคว้าที่เขาของกระทิงแล้วก็ทุ่มลงกับพื้น

  • ไส้เทียนพิศวง

ไส้เทียนที่อยู่ข้างบนตัวเทียน หรือที่อยู่ข้างล่างเทียนนั้นให้รายละเอียดบางอย่างที่สำคัญเกี่ยวกับการเทรดที่เกิดขึ้นในเวลาช่วงนั้นๆ 

ไส้เทียนที่อยู่ข้างบนบอกราคาที่สูงที่สุดของระยะเวลานั้นๆ ก่อนที่จะปิดที่ตัวแท่งเทียน.และไส้เทียนข้างล่างก็บอกราคาต่ำที่สุดที่เกิดขึ้นหลังจากเปิด ก่อนที่จะกลับมาที่ราคาปิด

กราฟแท่งเทียนที่มีไส้เทียนยาว แสดงให้เห็นถึงผลการเทรดหรืออารมณ์ตลาดที่เกิดขึ้นราคาได้วิ่งจากราคาเปิดหรือ ราคาปิด

กราฟแท่งเทียนที่มีไส้เทียนสั้น แสดงถึงภาวะราคาตลาดที่วิ่งอยู่ใกล้ๆ กับราคาเปิดหรือราคาปิด

ถ้ากราฟแท่งเทียนมีไส้เทียนที่ยางข้างบน และมีไส้ที่สั้นกว่าข้างล่าง นั่นหมายถึงฝั่งผู้ซื้อพยายามซื้อขึ้นไป แต่ว่าอีกด้านหนึ่งฝั่งผู้ขายพยายามดึงราคากลับมาให้อยู่ในราคาที่ใกล้ที่จุดที่ราคาเปิด

ถ้ากราฟแท่งเทียนมีไส้เทียนที่ยางด้านล่างและมีไส้เทียนสั้นๆ.ด้านบน นั่นหมายถึงว่าพยายามที่จะกดดันราคาลงอย่างรุนแรง เพื่อให้ราคาต่ำลงไปอีก แต่ว่าฝั่งผู้ซื้อก็ได้ดึงราคาให้กลับมาอยู่ใกล้กับจุดที่ราคาเปิด

รูปแบบกราฟแท่งเทียนพื้นฐาน

  • Spinning Tops

กราฟแท่งเทียนจะมีไส้เทียนยาวๆ อยู่ด้านบนและด้านล่าง และมีตัวเทียนสั้น เรียกว่า spinning tops สีของแท่งเทียนจะไม่สำคัญมาก

รูปแบบของแท่งเทียนบ่งบอกถึงภาวะตลาดที่ลังเล ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

ตัวแท่งเทียนเล็กๆ ไม่ว่าจะสีอะไรซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยจากราคาเปิดไปจนถึงราคาปิด ซึ่งบอกว่าทั้งฝั่งผู้ซื้อและฝั่งผู้ขายกำลังต่อสู้แย่งชิงราคากันและไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบ

แม้ว่า จุดเปิดและปิดจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ราคาที่เคลื่อนไหวขึ้นๆ ลงๆ โดยทั่วไ ไม่ว่าทั้งผู้ซื้อหรือผู้ขาย ไม่สามารถแย่งชิงความได้เปรียบซึ่งผลออกมาก็คือ ต่างคนต่างยังเลือกทิศทางไม่ได้

ถ้า spinning top เกิดขึ้นช่วงที่กำลังอยู่ในขาขึ้น นั้นหมายความว่า ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนอยากซื้อแล้วและอาจจะเกิดจุดกลับเทรดขึ้นได้

ถ้า spinning top เกิดระหว่างช่วงทิศทางขาลง นั่นหมายถึง ไม่ค่อยมีคนอยากเล่นฝั่ง sell มากแล้วและอาจจะเกิดจุดกลับเทรนด์ในทิศทางตรงกันข้ามได้

  • Marubozu

Marubozu หมายถึง ไม่มีไส้เทียน มีแต่ตัวแท่งเทียน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า ตัวแท่งเทียนจะเป็นสีอะไร จุดที่สูงที่สุดและจุดที่ต่ำที่สุดเป็นจุดเดียวกันจุดเปิดและจุดปิด ถ้าคุณดูตามรูปด้านล่างจะมี Marubozu อยู่สองชนิด

White Marubozu ประกอบด้วยตัวเทียนสีขาว โดยไม่มีไส้เทียน ราคาเปิดเท่ากับราคาต่ำสุดและราคาปิด.คือ ราคาสูงสุด ซึ่งนี่บอกว่าเป็นภาวะกระทิงอย่างเห็นได้ชัดว่าผู้ซื้อกำลังควบคุมตลาดอยู่ชัดเจน และกราฟแบบนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดภาวะกระทิงอย่างต่อเนื่องหรือจุดกลัตัวมาสู่ภาวะกระทิงด้วย

Black Marubozu ประกอบด้วยตัวเทียนสีดำ โดยไม่มีไส้เทียน ราคาเปิดจะเท่ากับราคาสูงสุด และปิดที่ราคาต่ำสุดนี่เป็นกราฟของภาวะหมี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อมีอำนาจเหนือตลาด และแสดงให้เห็นว่า ผู้ขายควบคุมราคาทั้งหมดในช่วงราคานี้ บ่งบอกว่าภาวะหมีเกิด

  • Doji

Doji คือ กราฟแท่งเทียนมีราคาเปิด และราคาปิด หรือว่าก็คือ ตัวเทียนน้อยมาก และตัว Doji นี้จะมีตัวแท่งเทียนน้อย และแทบจะเป็นเส้นบางๆ อยู่แล้ว

Doji บอกถึงภาวะที่เกิดแรงดึงทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ราคาเริ่มขยับขึ้นหรือลงในช่วงราคาเปิด.แต่สุดท้ายก็ปิด ณ จุดใกล้ๆ ราคาเปิด

ไม่ว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายไม่สามารถที่จะมีอำนาจในการควบคุม และผลก็คือออกมา ไม่ไปไหนเลย 

ซึ่ง Doji มี 4 ประเภท ซึ่งความยาวของไส้เทียนจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดนั้นมีหลายแบ และทำให้มีรูปแบบของมันมีดังนี้ คือ ดูเหมือนไม้กางเขน หรือว่าเครื่องหมายบวก คำว่า Doji มี หมายถึงรูปแบบเดียวและหลายรูปแบบ

เมื่อ Doji เกิดขึ้น คุณต้องสนใจกับมันเป็นพิเศษกับกราฟช่วงนี้

ถ้ารูปแบบของ Doji หลังจากเกิดแท่งเทียนขึ้นยาวๆ ไม่มีไส้มาสักชุดหนึ่ง เหมือนกับ.white marubozus เพราะว่าสัญญาณ Doji บอกว่าผู้ซื้อกำลังหมดแรงและอ่อนตัว ซึ่งผู้ซื้ออยากจะให้ราคาขึ้นอีก แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว เมื่อฝั่งผู้ขาย กำลังมีอิทธิพลเหนือกว่าตลาดและกำลังหาจังหวะเข้ามาในตลาดเพื่อจะผลักดันราคาลง

จำไว้ว่าหลังจากที่ Doji เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้อง sell ทันทีทันใด เราต้องรอสัญญาณในการ confirm อยู่ รอให้เกิดภาวะหมี ในราคาปิดต่ำกว่าจุดเปิดของกราฟแท่งเทียนที่ขึ้นยาว ๆ (Marubozu) ก่อนหน้า

ถ้า Doji เกิดขึ้นหลังจาก กลุ่มของกราฟแท่งเทียนสีดำ (แดง) หรือ black marubozu แล้วสัญญาณ Doji นั้นบอกว่า ฝั่งผู้ขายกำลังหมดแรงและอ่อนตัว ถ้าพวกเข้าอยากให้ราคาตกอีกพวกเข้าต้อง sell เพิ่ม แต่ว่า ฝั่งผู้ขายตอนนี้มีอิทธิพลน้อยกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อกำลังคอยโอกาสเพื่อพวกเขาจะได้ราคาที่ถูก

ขณะที่เทรนด์ขาลงกำลังอ่อนตัวเนื่องจากขาดแรงขายจากผู้ขายรายใหม่ แต่ว่าเราก็ยังต้องรอให้มีการคอนเฟิร์มจุดกลับตัว โดยเราต้องหากราฟแท่งเทียนสีขาว (เขียว) ที่ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิดของกราฟแท่งเทียนสีดำ

จุดกลับตัว

  • ก่อนเกิดเทรนด์

รูปแบบที่เราจะบอกว่า เกิดจุดกลับตัว ซึ่งควรจะมีจุดที่บอกได้ก่อนเกิดเทรน จุดเกิดสัญญาณว่าเป็นสัญญาณกระทิง ซึ่งจะต้องมีการเกิดภาวะหมีและมีจุดกลัตัวก่อนที่จะเทรนด์ขาขึ้น ทิศทางของเทรนด์ สามารถบอกได้โดยใช้ เส้น Trend line, moving average หรือการใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิครูปแบบอื่นๆ 

  • Hammer and Hanging Man

Hammer กับ hanging man จะมีรูปร่างและความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง.ซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางราคาที่ผ่านมา ทั้งคู่จะมีตัวเทียนเล็กๆ น่ารัก (ขาวและดำ) มีไส้เทียนข้างล่างยาว และมีข้างบนโผล่มาอยู่นิดเดียว

Hammer เป็นจุดกลับตัวก่อนเกิดภาวะกระทิง จะก่อตัวขึ้นหลังจากการเกิดเทรนด์ขาลง ที่ชื่อเป็นอย่างนี้เพราะว่า ตลาดกำลังกลับตัวจากจุกต่ำสุด มีลักษณะเหมือนค้อน

เมื่อราคาร่วงลง สัญญาณ hammers จะเกิดขึ้นที่จุดต่ำที่สุดของราคาก่อนที่ราคาจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง ไส้เทียนที่ยาวบ่งบอกถึงราคาที่ผู้ขายพยายามกดดันราคาลง แต่ว่าฝั่งผู้ซื้อสามารถพลักสถานการณ์มาเป็นฝ่ายได้เปรียบ และปิดใกล้กับจุดเปิด

มีคำพูดหนึ่งบอกว่า ถ้าเพียงแค่คุณเห็นรูปแบบ hammer เกิดขึ้นในช่วงขาลง ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องส่งออร์เดอร์ทันที คุณควรจะรอให้มีสัญญาณคอนเฟิร์ม ก่อนที่จะตัดสินใจไป สิ่งที่ยืนยันสัญญาณได้ดี ตัวอย่างเช่น ต้องรอให้มีแท่งเทียนสีขาย และปิดเหนือราคาเปิดของแท่งเทียนที่อยู่ด้านซ้ายของรูปค้อนเสียก่อน

สิ่งที่ควรจำ :

      • ไส้เทียนข้างล่างควรจะยาวอย่างน้อยสองหรือสามเท่าของตัวเทียนง

      • มีไส้เทียนข้างบนอาจจะไม่มี หรือมีนิดหน่อย

      • ตัวเทียนจะอยู่ส่วนบนของช่วงราคา

      • สีของตัวเทียนไม่ได้มีความสำคัญอะไรพิเศษ

Hanging man เป็นรูปแบบกลับตัวของภาวะตลาดหมี ซึ่งสามารถบอกแนวต้านที่สำคัญได้ เมื่อราคาสูงขึ้น การเกิดรูป Hanging man หมายความว่า ฝั่งผู้ขายกำลังเริ่มมีบทบาทมากกว่าผู้ซื้อ และไส้เทียนด้านล่างที่ยาวนั้นแสดงถึงราคาที่ผู้ขายได้กดราคาให้ต่ำในช่วงเวลานั้นๆ แต่ผู้ซื้อสามารถพลิกราคากลับได้ แต่ทำได้แค่ราคาใกล้จุดเปิด ซึ่งเหตุการณ์นี้บอกเราว่า ไม่มีคนซื้อ

สิ่งที่ควรจำ :

      • ไส้เทียนยาวๆ ที่อยู่ด้านล่างควรจะยาวเป็นสองหรือสามเท่าของตัวเทียนเป็นอย่างน้อย

      • มีไส้เทียนข้อบนอยู่นิดหน่อยหรืออาจจะไม่มี

      • ตัวเทียนอยู่ส่วนบนของช่วงราคา

      • สีของแท่งเทียนไม่มีความสำคัญและ แท่งสีดำนั้นบอกว่าเทรนด์เป็นขาลงได้ชัดเจนได้มากกว่าแท่งสีขาว

  • Invested Hammer and Shooting Star

Hammer แบบกลับหัว and shooting star ก็คล้ายๆ กัน แต่แตกต่างของสองอันนี้คือ.แม้ว่าคุณจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง กราฟแท่งเทียนมีตัวเทียนตัวเล็กๆ (ไม่ว่าจะเป็นสีขาว กับสีดำ) และไม่ไส้เทียนด้านบนที่ยาว และไส้เทียนด้านล่างที่สั้น

Invested hammer หรือว่า Hammer กลับหัว เกิดขึ้นเมื่อราคาร่วงลงอย่างต่อเนื้อง และบอกความเป็นไปได้ในการเกิดจุดกลับเทรนด์ ไส้เทียนยาว ที่อยู่ด้านบนแสสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อพยายามที่จะดันราคาให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ขายเห็นสิ่งที่ผู้ซื้อกำลังทำ เลยพูดว่า “เฮ้ย ไม่นะ” และพยายามดึงราคากลับลงมา โชคดีที่ฝั่งผู้ซื้อที่ได้เตรียมตัวมาดี และผู้ขายไม่สามารถปิดราคาให้อยู่ต่ำกว่าราคาเปิดได้ ซึ่งเป็นจุดที่บอกได้ว่า ทุกๆ คนที่ต้องการขายได้ขายจนหมดแรงขายแล้ว และถ้าไม่มีใครขายอีก จะเหลือใครอีกนอกจากผู้ซื้อ

Shooting star เป็นรูปแบบการกลับตัวของภาวะหมี ซึ่งดูคล้ายกับรูป inverted hammer แต่เกิดขึ้นเมื่อราคาได้มีการขึ้นมาก่อนหน้านั้น และ shooting star บอกได้ว่าราคาเปิดที่ราคาต่ำแต่ว่า ถูกดึงกลัขึ้นมา ซึ่งหมายความว่า ผู้ซื้อพยายามจะผลักดันให้ราคาขึ้น แต่ว่าผู้ขายกลับมาขายมากกว่าในภายหลัง ซึ่งบอกสัญญาณของภาวะหมีตั้งแต่ไม่มีผู้ซื้ออยู่ในตลาดเหลืออยู่เพราะว่าพวกเขาซื้อไปหมดแล้ว

บทสรุปของกราฟแท่งเทียน

กราฟแท่งเทียนจะบอกราคา open, high, low และ close

    • ถ้าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด กราฟจะเป็นแท่งโปร่ง (โดยทั่วไปจะแทนสีขาว)

    • ถ้าราคาปิดอยู่ต่ำกว่าราคาเปิด และกราฟเป็นสีทึบ (โดยปกติจะเป็นสีดำ)

    • ไม่ว่าจะเป็นแท่งโปร่งหรือทึบ ของแท่งเทียน ก็จะเรียกว่า ตัวแท่งเทียน

    • เส้นบ่างๆ ที่ทะลุจากตัวเทียนข้างล่าง หรือ ข้างบนของตัวเทียนจะแสดงราคาสูงต่ำ เรียกว่า ไส้เทียน

    • จุดสูงสุดของไส้เทียน คือ “high”

    • จุดต่ำสุดของไส้เทียน คือ “low”

——————————————————————- >>> ดังนั้น

  • ตัวเทียนยาวบ่งบอกถึงเทรนด์การซื้อการขายที่แข็งแกร่ง ยิ่งตัวแท่งเทียนยิ่งยาว ยิ่งบอกถึงแรงซื้อแรงขายที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายกระทำต่อตลาด

  • ตัวเทียนที่สั้น บอกถึงการซื้อการขายที่มีปริมาณน้อย ในภาษาฟอร์เร็กซ์ กระทิง คือ ผู้ซื้อ และหมี คือ ผู้ขาย

  • ไส้เทียนข้างบนบอกถึงราคาที่ขึ้นไปสูงของช่วงเวลานั้น

  • ไส้เทียนข้างล่างบอกถึงราคาที่ต่ำสุดของช่วงเวลานั้น

  • กราฟแท่งเทียนที่มี ไส้เทียนด้านบนยาว หรือ ไส้เทียนด้านล่างยาว และมีตัวเทียนเล็กๆ อยู่ระหว่างไส้เทียนเรียกว่า Spinning Top ซึ่งบอกอารมณ์ตลาดได้ว่า ไม่สามารถตัดสินใจ ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

  • Marubozu หมายถึง ไม่มีไส้เทียนจากตัวเทียน ขึ้นอยู่กับว่าตัวเทียนนั้นจะเป็นสีทึบหรือว่าสีโปร่ง เพราะจุดสูงสุดและต่ำสุดของราคา เป็นจุดปิดและจุดเปิดในตัวเดียวกัน

  • Doji มีราคาเิดและราคาปิดที่จุดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน.และตัวเทียนนั้นแทบจะไม่มีหรือมีน้อยมากที่สุด

  • Hammer เป็นรูปแบบการกลับตัวสู่ภาวะกระทิง ซึ่งเกิดจากการเกิด เทรนด์ขาลงในช่วงเวลาก่อนหน้า.ที่ได้ซื้อย่างนี้ เพราะว่า ตลาดได้ฟื้นจากภาวะเทรนด์ขาลง

  • Hanging man เป็นรูปแบบการเกิดการกลับตัวเกิดขึ้น เมื่อราคาได้ร่วงมาอย่างต่อเนื่องและมีความเป็นไปได้ในการเกิดจุดกลับเทรนด์

  • Shooting star เป็นรูปแบบการกลับตัวเข้าสู่ภาวะตลาดหมี ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ Inverted Hammer แต่ว่าการเกิดขึ้นเมื่อราคาได้ขึ้นติดต่อกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น